| Nattawut's profileLegendPhotosBlogLists | Help |
|
December 22 ไม่ได้เข้ามาอัพซะนานเลย ครึ่งปีได้แล้ว
June 14 ใกล้วันชี้ชะตาใกล้วันชี้ชะตา
ในที่สุดก็ใกล้วันชี้ชะตาว่าจะได้ขึ้นทะเบียนบัญฑิตกับเขาซะทีหรือยัง รอลุ้นเกรดอีก 2 ตัวเท่านั้น ในชีวิตไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมีวิบากกรรมกับการเรียนมากขนาดนี้ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างนึงมากๆ อย่างน้อยก็ได้เจอเพื่อนๆ ที่ช่วยเหลือกันยามลำบาก เจอเพื่อนร่วมเดินทางที่ให้กำลังใจยามที่เราท้อแท้ และยังเจอเพื่อนที่เราอยากให้กำลังใจเขา เมื่อเขาทำสอบไม่ได้ มันเป็นสิ่งนึงที่อย่างน้อยถึงแม้เราจะช่วยอะไรเขาไม่ได้มากนัก แต่กำลังใจซึ่งกันและกันนั้นสำคัญมากจริงๆ ว่างๆ จะเอาข่าวสารต่างๆ มาอัพเดทให้ชมกันนะครับ
ปล. ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ช่วงนี้อาจจะมาเขียน Blog น้อยไปนิด แต่พยายามจะอัพให้อ่านกัน Background ที่ทำใหม่น่ารักป่าวนะ อิอิ
ฝากเพลงเพราะๆ ไว้เพลง ลองเปิดฟังกันดูเป็นเพลงเกาหลีนะ^^
M2U - Memoirs (Extended Version)
May 29 ช่วงสำคัญของชีวิตช่วงสำคัญของชีวิต
July 19 ไม่ได้อัพซะนาน ช่วงนี้งานหนักมีอะไรให้คิดมากมาย ไม่ได้เจอกันใน Space ผมนานเลยนะครับ ช่วงนี้งานเยอะมาก มีเรื่องเครียดๆ บ้าง แต่ก็รู้สึกธรรมดาแบบชีวิตประจำวัน งานเขียนตอนนี้ก็กำลังพยายามผลักดันให้เกิดคอลัมน์ของเกมเมอร์หญิงขึ้น สำหรับผู้เล่นเกมที่เป็นผู้หญิงและรักในการเล่นเกมจริงๆ แต่หัวข้อในการนำเสนอจะทำรูปแบบไหนดีนะน่าหนักใจจริงๆ เพราะหนังสือค่ายอื่นเขาเอาไปทำจนครบแล้วนี่สิ แต่ก็ต้องพยายามต่อไป มาถึงเรื่องผลงานใหญ่ชิ้นต่อไปที่ต้องทำกับเพื่อนๆ ทาง FG ก็คงไม่พ้น Lineage II Chronicle 5 Oath of Blood Guide Book ซึ่งตอนนี้ก็ร่วมกันคิดวางดัมมี่รูปแบบเล่มกันแล้ว ยังไงก็รอติดตามผลงานนี้ได้ครับ ในส่วนของงานส่วนตัวก็มีเรื่องการออกแบบบูธ Event ของ Lineage II C5 อยู่ซึ่งใกล้เสร็จแล้ว ว่าจะไปเสนอ NC true อยู่เหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะได้สักแค่ไหน ตอนนี้ก็ยังสับสนว่าอยากทำงานหนังสือต่อไปหรือจะเขาสู่แวดวงเกมโดยการเข้าไปทำบริษํทเกมดีนะ เอาล่ะแต่ยังไงก็ตามก็ต้องทำงานที่อยู่ข้างหน้านี้ให้สำเร็จก่อนล่ะ ว่างๆ จะมาอัพใหม่ครับ March 09 รอพบกับผลงาน Pangya Season 2 Guide Book นะครับไม่ได้มาอัพซะนานเลย งานเยอะมากมายเลย ช่วงที่ผ่านมานี้ก็ได้ มีโอกาสทำงานชิ้นใหญ่ในรอบปีนั่นคือ Pangya Season 2 Guide Book ที่อีกไม่นานนี้จะได้ออกมาสู่แผงหนังสือกันแล้ว โดยทีมงาน Mega Game (แต่งานนี้ทำอยู่คนเดียว) งานนี้ถือได้ว่าเหนื่อยมาก ดันมีงานมาตอนอากาศร้อนซะนี่ โอ้ยย ร้อนจริงๆ แต่ในที่สุดงานก็จบลงด้วยดีครับ และกำลังมีข่าวดีๆ อีกหลายเรื่องเกี่ยวกับงานเขียนอีกด้วย ยังไงก็ตามต้องพยายามสร้างสรรค์งานของตอนเองให้ดีขึ้นไปอีกเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ^^
ปล. ไม่รู้จะได้ไปงาน RO 3rd หรือเปล่านะ ปกติก็ไปทุกปีอยู่แล้วนะเนี่ย ดันติดประชุมวันนั้นพอดีเลย แต่ก็ยังไงก็ตามถ้าไปได้จะแวบไปนะคร๊าบบบ
January 29 Happy Chinese New Yearตรุษจีนแล้ว ขอให้มีความสุขกันทั่วหน้าเงินทางไหลมาเทมา มาดูกันดีกว่าข้อปฏิบัติที่ไม่ควรและควรทำในวันตรุษจีนนี้ครับ ปล. ขอบคุณคำแนะนำจากคุณ Ladyranee จากในบอร์ด Lineage II ครับ January 25 วันนั้นต้องมาถึงเราบ้าง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปงานรับปริญญารุ่นน้องในกลุ่มคนนึง ต้องบอกว่าเป็นรุ่นน้องที่ผมรู้จักมานานมากๆ แล้วตั้งแต่สมัยเรียน รร.กรุงเทพคริสเตียน แต่เป็นวันนึงที่ผมก็นย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองเช่นกันว่าทำไมคนอื่นก็ทำได้ ทำไมเรากลับทำไม่ได้ซะที แต่ก็นั่นเป็นสิ่งนึงที่ทำให้ผมมีกำลังใจเพิ่มขึ้น และรวมถึงสิ่งที่ผมจะทำต่อไปอีกด้วย ไม่นานเกินรอผมต้องเป็นอย่างน้องเขาแน่นอน อย่างไรก็ตามตอนนี้งานในส่วนของผมเองก็คืบหน้าไปพอสมควรแล้ว และกล้าบอกว่าไอเดียมีมากขึ้นตั้งแต่งาน TAM 2006 ผ่านไป ถึงเวลาที่ผมจะต้องแสดงให้ทุกๆ คนเห็นแล้วว่าผมเองก็ทำได้ สุดท้ายนี้ก็ฝากภาพบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ ในงานนั้นมาให้ได้ดูกันครับ
ปล. สักวันผมจะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงวงการเกมไทยด้วยมือของผมเอง และทำให้ทุกคนรู้ว่ายังมีคนที่คิดทำประโยชน์ให้กับสังคมนี้อยู่อีกคน January 16 และแล้วงาน TAM 2006 ก็จบด้วยความสนุกอีกงานนึง งาน TAM 2006 อีกงานที่ต้องจารึกไว้ในใจอีกครั้งสำหรับคนชอบเกมอย่างผมด้วยครับ ใน 4 วันที่ผ่านมานี้ก็ได้พบปะเจอะเจอผู้คนมากมาย แน่นอนว่าทั้งความเหนื่อย ความสุข ความทุกข์ มีพร้อมๆ กันในงานครั้งนี้ แต่นั่นก็เป็นสิ่งนึงที่ทำให้รู้สึกว่าประสบการณ์ที่ได้จากงาน TAM 2006 ในครั้งนี้ ทำให้ตัวผมเองรูสึกเจาะเจออะไรขึ้นอีกมากมาย รู้อะไรอีกมากมาย มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนไม่น่าเชื่อว่านี่เหรอ สิ่งนึงที่เราเรียกว่าสังคมของคนทำงานมันน่าอยู่แค่ไหน แวดวงของคนรักเกมเป็นอย่างไร การต่อสู้ที่เรียกว่าการตลอดนั่นดุเดือดเพียงใด การมีหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่ดีเป็นอย่างไร การนำเสนอเรื่องต่างๆ หรือแง่คิดให้กับผู้บริหารเกมนั้น เมื่อมีโอกาสคุณจะบอกอะไรแก่เขาบ้าง และผมก็ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากพูดไปแล้ว ในวันเด็กแห่งชาติของปีนี้เองทาง ini3 ผู้ให้บริการเกมปังย่าเกมชื่อดังที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ได้มีการจัดประกวดคอสเพลย์ขึ้น ซึ่งผมได้มีโอกาสไปทำข่าวในส่วนนี้เพื่อที่จะเอามาลงหนังสือนิตยสารเกม Mega Magazine ก็มีโอกาสได้ขึ้นไปถ่ายรูปในรอบชิงชนะเลิศของการประกวดคอสเพลย์ครั้งนี้ได้ ซึ่งผู้ที่ได้ที่ 1 ในงานนี้ก็เป็นผู้ที่แต่งตัวละครเป็น Kooh นั่นเอง(มีคนเข้ารอบเพราะแต่งคูเพียบเลย) เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นกับจีน แต่มาอยู่เมืองไทยนานแล้วเลยพูดไทยได้ชัดเน อิอิ ที่ 1 น่ารักจริงๆ ครับ ออกท่าทางได้บอกคำเดียวว่านี่เลยแหละครับ Kooh ซึ่งงานหลักเกือบทั้งหมดต้องบอกว่าบูธ ini3 เรียกความสนใจไปได้มากที่สุดจริงๆ ส่วนบูธอื่นๆ ที่น่าสนใกมี Lineage II ซึ่งประกาศการอัพเดทของตัวเกมเป็น Chronicle 4 : Scions of Destiny ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้แน่นอนครับ ในบูธมีกิจกรรมมากมาย มีการจับรางวัลชิงโทรศัพท์มือถือกันด้วยครับ และกิจกรรมการประลอง Battle กับทีมแชมป์ของประเทศไทยอีกด้วยเรียกได้ว่าก็มีกิจกรรมไม่แพ้บูธอื่นเลยทีเดียว และใครได้ซื้อบัตรเติมเวลาในงานนี้จะได้โปสเตอร์สุดสวยของ C4 พร้อมแผ่น C4 อีกด้วยครับ ในวันสุดท้ายก็ได้พบกับเพื่อนๆ มากมายคนที่อยากเจอ รวมถึงเพื่อนๆ ในเกมลินเนจอีกด้วยครับ ส่วนวันนี้เรื่องรูปคงอัพเดทให้ดูกันเล็กๆ น้อยๆ ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวจะมาอัพเดทให้อ่านและได้ชมรูปในงานแบบเต็มๆ กันอีกทีนึงละกันครับ ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ และทีมงานเมก้า รวมถึง ini3 และ NC true ด้วยครับ ที่ได้พบกับบรรยากาศในงาน TAM 2006 ที่ในฐานะผูสื่อข่าวด้านเกมคนนี้จะไม่ลืมไปอีกนานเลยครับ สำหรับการอัพเดทครั้งนี้คงต้องลาไปก่อนพบกันใหม่ครับ เดี๋ยวจะนำรูปมาอัพเดทให้นะครับ January 12 ก่อนงาน TAM 2006 สวัสดีครับวันนี้ได้มีโอกาสไปจัดบูธของวิบูลย์กิจที่งาน TAM 2006 มาก็ยกของหนักชะมัดเลย แต่ก็สนุกดีครับ ก่อนกลับก็ไปแอบเดินดูบูธของโซนหลักของงานมา โหยยย ไม่มีบูธไหนเสร็จเลย คิดว่าคงกว่าจะเสร็จน่าจะตี 2-3 ครับ เอาละไปดูรูปบูธที่ยังไม่เสร็จกันดีกว่า ลองเดาดูนะว่าบูธไหนของอะไรบ้าง อิอิ แล้วจะมาอัพเดทในวันงานจริงให้ดูกันนะครับ แล้วเจอกันครับ ทุกคนที่เข้ามาอ่าน Space อิอิ January 10 สวัสดีปีใหม่ อาจจะช้าไปมากเลย แต่เพราะงานยุ่งอะนะเอาละปีใหม่มานี่งานเป็นกองเลย ใกล้การมาของงาน TAM 2006 แล้ว ไว้จะมาอัพเดทหลังงาน TAM ละกันรับรองเรื่องราวกับรูปเพียบแน่นอนครับ December 31 วันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2548 ในที่สุดก็ถึงวันสิ้นปีแล้ว กำลังเข้าใกล้ปีใหม่ในอีก 24 ชม. ข้างหน้านี้ ก็จะเข้าสู่ปี พ.ศ. 2549 แล้ว เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดปีนี้ มีหลายอย่างที่ดีขึ้น มีหลายอย่างที่แย่ๆ เข้ามา แต่ก็ทุกอย่างที่เข้ามาก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตของผม อย่างน้อยตอนนี้ ผมก็ได้เลือกเส้นทางเดินของชีวิตไปอีกก้าวนึงแล้วครับ ในปีใหม่ที่จะถึงนี้ผมก็จะสานต่อความฝันของผมให้จบ และจะก้าวไปสู่ฝันใหม่อีก เพื่อให้ไปถึงวันที่หลายคนอยากให้มาถึง เอาล่ะ สู้ต่อไป ไปให้ถึงฝันที่เราหวังเอาไว้ครับ
ปล. ขอให้เพื่อนๆ ที่คิดจะเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ ก็จงสำเร็จในความตั้งใจ สมหวังทุกๆ อย่าง อวยพรไว้ ณ ที่นี้ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ December 30 The Chronicles of Narnia : The Lion, the Witch and the Wardrobe เมื่อวานเป็นอีก 1 วันที่ต้องจารึกไว้กับภาพยนตร์ดีๆ เรื่อง The Chronicles of Narnia : The Lion, the Witch and the Wardrobe บอกได้ว่าประทับใจครับ ยังไงก็ลองไปชมกันดูนะครับ ฝากเนื้อเรื่องและเกร็ดของภาพยนตร์เรื่องนี้ให้อ่านกันครับ
The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe เป็นเรื่องราวที่เด็กๆ นักผจญภัยสี่คน ผู้เล่นซ่อนหาในบ้านชนบทของศาสตราจารย์ชรา ได้บังเอิญพบตู้เสื้อผ้าวิเศษ ที่จะนำพวกเขาไปสู่สถานที่ ที่พวกเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อน เมื่อก้าวผ่านประตูตู้วิเศษนั้น พวกเขาก็ได้ผ่านพ้นจากกรุงลอนดอน ที่กำลังเผชิญสงครามโลกครั้งที่สอง ไปสู่โลกเสมือนที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่เป็นรู้จักกันในนาม นาร์เนีย ดินแดนเทพนิยายมหัศจรรย์ ที่ซึ่งสัตว์ในป่าพูดได้ และสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายเดินท่องไปทั่วหุบเขา แต่นาร์เนียกลับอยู่ภายใต้มนต์ที่เย็นยะเยียบของแม่มดร้าย มันถูกสาปให้ต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่ไม่มีวันสิ้นสุดโดย จาดิส แม่มดขาว บัดนี้ ด้วยความช่วยเหลือของผู้นำที่แท้จริงของนาร์เนีย - อัสลาน สิงโตวิเศษผู้ชาญฉลาด เด็กๆ เพเวนซีย์ทั้งสี่ จะค้นพบความเข้มแข็งของตัวเอง และนำนาร์เนียสู่สงครามอันตระการตา เพื่อให้หลุดพ้นจากคำสาปเยือกแข็งของแม่มดขาวไปตลอดกาล ด้วยเรื่องราวที่มีธีมอมตะของความดีและความชั่ว และพลังของครอบครัว ความกล้าหาญ และความหวัง ในช่วงเวลาที่มืดหม่นที่สุด The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe จึงเป็นนิทานคลาสสิกในยุคสมัยของเรา... วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส และ วอลเดน มีเดีย ภูมิใจเสนอ The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe หนึ่งในเรื่องราวแฟนตาซีผจญภัย ที่เป็นที่รักมากที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และเรื่องราวอมตะของจินตนาการบรรเจิด ที่ในที่สุดก็ได้โลดแล่นมีชีวิตขึ้นมา ด้วยภาพยนตร์ที่สมจริงอย่างน่าทึ่ง ที่สร้างขึ้นจากนิยายของ ซี.เอส. ลูอิส (C.S. Lewis - Clive Staples Lewis) อย่างตรงไปตรงมา ด้วยงานสร้างนานหลายปี นี่เป็นการดัดแปลงวรรณกรรมคลาสสิก ที่ขายได้มากกว่า 100 ล้านก๊อปปีทั่วโลก ให้เป็นฉบับภาพยนตร์ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยการทำงานและการสร้างสรรค์อย่างละเมียดละไม โดยผู้กำกับ แอนดรูว์ อดัมสัน เพื่อให้ตรงกับภาพของนาร์เนียที่ ซี.เอส. ลูอิส คิดไว้ The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe ก็กลายเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชันเรื่องแรก ของผู้กำกับอดัมสันชาวนิวซีแลนด์ ที่เป็นผู้นำยักษ์ตัวเขียวแสนน่ารัก ที่เป็นตัวเอกในภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ Shrek และ Shrek 2 มาให้ผู้ชมทั่วโลกได้รู้จัก อดัมสันได้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยความรักที่เขามีต่อเรื่องราวของลูอิสตั้งแต่สมัยเด็กๆ ความรักซึ่งบัดนี้ได้มาผสม เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสร้างภาพยนตร์ที่พิเศษสุด สโคปกว้างใหญ่ของวิสัยทัศน์ที่ผู้กำกับได้มีต่อนาร์เนีย ได้กลายเป็นจริงขึ้นมา ด้วยการประสานการแสดงของมนุษย์ที่มีชีวิต กับเทคนิคภาพสมจริงแบบใหม่ใน CGI อนิเมชัน และการเมคอัพอวัยวะเทียม ที่เปลี่ยนโลกและตัวละครแห่งจินตนาการที่ลูอิสได้รังสรรค์ขึ้นมา ให้กลายเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง จนทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น... แอนดรูว์ อดัมสันได้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์กับ แอน พีค็อก เจ้าของรางวัล เอ็มมี อวอร์ด จาก A Lesson Before Dying และคู่หูเขียนบทเจ้าของรางวัลเอ็มมี คริสโตเฟอร์ มาร์คัส และ สตีเฟน แม็คฟีลี (The Life and Death of Peter Sellers) ภาพยนตร์เรื่องนี้ อำนวยการสร้างโดยเจ้าของรางวัลออสการ์ มาร์ค จอห์นสัน (Rain Man, Bugsy, The Notebook) และ ฟิลิป สตอยเออร์ (The Alamo, The Rookie) แอนดรูว์ อดัมสัน และ เพอร์รี มัวร์ รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างบริหารของเรื่อง โดยมี ดักกลาส เกรชแฮม ลูกเลี้ยงของ ซี. เอส. ลูอิส รับหน้าที่เป็นผู้ร่วมอำนวยการสร้าง ทีมนักแสดงชั้นนำของเรื่องได้แก่ ทิลดา สวินตัน (The War Zone, Constantine, Adaptation., Broken Flowers) ในบทจาดิส แม่มดขาวผู้ทรงพลัง ผู้ที่บันดาลให้นาร์เนีย ประสบกับฤดูหนาวแห่งสงครามและความหายนะ นักแสดงรุ่นเยาว์สี่คน ที่รับบทพี่น้องตระกูลเพเวนซีย์ ผู้เดินทางผ่านตู้เสื้อผ้าไปยังอีกโลกหนึ่ง ดาราหน้าใหม่ จอร์จี้ เฮนลีย์ รับบทลูซี่ น้องนุชคนสุดท้อง ผู้เป็นคนแรกที่ได้เข้าสู่โลกอัศจรรย์ของนาร์เนีย, สแกนดาร์ เคย์เนส รับบทเอ็ดมันส์ ผู้ตกอยู่ภายใต้มนต์สะกดล่อลวงของแม่มดขาว, แอนนา ป็อปเปิ้ลเวล (Girl with A Pearl Earring, Mansfield Park, The Little Vampire) รับบทซูซาน พี่สาวผู้เอาจริงเอาจัง ผู้เคลือบแคลงในการมีอยู่ของนาร์เนีย และ วิลเลียม โมสลีย์ รับบทปีเตอร์ พี่ชายคนโต ที่กลายเป็นผู้นำที่แท้จริง เมื่อการผจญภัยของพวกเขาเริ่มต้นขึ้น ผู้ที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่นักแสดงชาวสก็อต เจมส์ แม็คเอวอย (Wimbledon) ในบทนายทัมนุส ตัวฟอนจิตใจงาม ที่เสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยให้ลูซี่ปลอดภัย, คีราน ชาห์ (Raiders of the Lost Ark, Indiana Jones and the Temple of Doom, The Dark Crystal, Titanic, Aliens) รับบทกินาร์บริค คนขับแคร่เลื่อนของแม่มดขาว, ดาราเจ้าของรางวัลออสการ์ จิม บรอดเบนท์ (Little Voice, Gangs of New York, Iris, Moulin Rouge!, Topsy-Turvy) รับบทศาสตราจารย์เคิร์ก เจ้าของบ้านที่มีตู้เสื้อผ้าวิเศษ และนักแสดงชาวสก็อตผู้คร่ำหวอดในวงการ เจมส์ คอสโม (Braveheart, Troy) รับบทบิดาแห่งคริสต์มาส ผู้ซึ่งการมาถึงนาร์เนียของเขา เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความหายนะ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับแม่มดขาว ในการเพิ่มเติมอารมณ์ให้กับตัวละครมหัศจรรย์ ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์ อดัมสันได้เรียกใช้ทีมนักแสดงชื่อดัง มาให้เสียงพากย์ตัวละคร โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ เลียม นีสัน (Star Wars: Episode 1 - The Phantom Menace, Schindler's List, Kingdom of Heaven, Rob Roy, Batman Begins, Love Actually, Darkman) พากย์เสียงสิงโตอัสลาน ผู้นำแห่งนาร์เนียผู้องอาจ, รูเพิร์ต เอเวอเรตต์ (My Best Friend's Wedding, Inspector Gadget, A Midsummer Night's Dream) พากย์เสียงสุนัขจิ้งจอก มิตรอีกตัวของเด็กๆ และนักแสดงชาวอังกฤษ เรย์ วินสโตน (The War Zone, Sexy Beast, King Arthur, Cold Mountain) และนักแสดงตลก ดอว์น เฟรนช์ (ซีรีส์ The Vicar of Dibley, Happy Families) ให้เสียงนายและนางบีเวอร์ ผู้ใจดีและชอบถกเถียงกัน ในการสร้างโลกแห่งจินตนาการอันกว้างใหญ่ของลูอิส อดัมสันได้ร่วมมือกับทีมงานสร้างสรรค์ ซึ่งรวมถึงช่างภาพที่ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ โดนัลด์ แม็คแอลไพน์ ASC., ACS. (Peter Pan, Stepmom, Mrs. Doubtfire, Medicine Man, Predator, Patriot Games, Clear and Present Danger, Romeo + Juliet), นักออกแบบงานสร้างผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ โรเจอร์ ฟอร์ด (Babe, Babe: Pig in the City, The Quiet American, Peter Pan), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ไอซิส มุสเซนเดน (Shrek, Shrek 2, Dirty Dancing: Havana Nights, Thirteen Days, American Psycho, The Astronaut's Wife, Dante's Peak), มือลำดับภาพ ซิม อีแวน-โจนส์ (Shrek, Shrek 2) และ จิม เมย์ (Van Helsing, The Mummy, Pearl Harbor, Armageddon, Terminator 2: Judgment Day, Die Hard) และคอมโพสเซอร์ แฮร์รี เกร็กสัน-วิลเลียมส์ (Shrek, Shrek 2, AntZ, Chicken Run, Kingdom of Heaven, The Replacement Killers, Phone Booth) บรรดาตัวละครที่สะดุดตาของเรื่อง ถูกสร้างขึ้นภายใต้การดูแลของซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ ดีน ไรท์ (The Lord of the Rings) ที่ได้ร่วมงานกับทีมวิชวล เอฟเฟ็กต์จากบริษัทสามแห่ง ที่ได้รับการยกย่องสูงสุดในวงการ ได้แก่ ริธึม แอนด์ ฮิวส์, โซนี อิเมจเวิร์คส์ และ ไอแอลเอ็ม ทีมงานสร้างสรรค์คนอื่นๆ ของเรื่อง ได้แก่ศิลปินเจ้าของรางวัลออสการ์ ริชาร์ด เทย์เลอร์ และทีมงานจาก เวต้า เวิร์คช็อป ทีมงานของเทเลอร์ยังได้ร่วมงานกับเมคอัพ อาร์ติสชั้นเยี่ยมของเรื่อง โฮเวิร์ด เบอร์เกอร์ และ เกรเกอรี นิคโตเอโร ผู้ซึ่งบริษัท เค.เอน.บี. อีเอฟเอ็กซ์ กรุ๊ป ของพวกเขา ได้ทำงานผลิตชิ้นส่วนเทียมสำหรับเมคอัพพิเศษ เพื่อเนรมิตชีวิตให้ตัวละครหลากหลายของนาร์เนีย เกร็ดภาพยนตร์
December 26 เช้าวันงานบุญ 25 ธันวาคม 2548 เป็นเช้าที่ทรมาน+โดนบ่นนิดหน่อยแต่เช้าเพราะต้องไปงานบวชของเพื่อนรัก ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 8 โมงกว่าๆ แต่ดันตื่นมาแล้วนอนต่อจนเพื่อนโทรมาตาม แต่หลับต่อแค่ 10 นาทีเองนะ นายปอโทรมาตามเลย "เฮ้ยยยย กำลังจะบวชนาคแล้วนะ รีบมาหน่อยนะเว้ยย " จากนั้นก็รีบลุกขึ้นมาเคาะประตูห้องน้องชายก่อนเลย ก็รีบกันอาบน้ำแล้วก็มาที่วัดเทพศิรินทร์ พอมาถึงเวรกรรมหลงทางอีก กว่าจะหาเจอ ก็นั่งคุยกับเพื่อนรอเวลาบวช โหหหห ญาติพระท่านเยอะเหลือเกินไม่แพ้บ้านเราเลยแฮะ ก็ไม่มีอะไรมากมายช่วงระหว่างนั่งรอก็ได้คุยกันเยอะแยะไปหมด และทานอาหารมื้อเที่ยงกันก่อนจะเข้าไปยังโบสถ์ใหญ่ เป็นการบวชที่แปลกกว่าตอนที่น้องชายบวช เพราะกินเวลานานมากๆ เรียกได้ว่าเมื่อคืนก่อนก็ดูการ์ตูนกันอยู่ที่บ้านโทนี่จนดึก กว่าจะนอนกันก็ตี 4 เข้าไปแล้ว จึงไม่แปลกที่วันนี้จะอ่อนล้ากันไป เมื่อพิธีเสร็จพวกเราก็ร่วมกันถวายปัจจัยให้กับพระหนุ่ม ชื่ออย่างเป็นทางการขอติดไว้ก่อนนะ เรื่องวันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ จบแค่นี้นอกนั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย ดำเนินชีวิตตามปกติ แล้วก็มา up space บ๊ายบายยยย ก่อนง่วงนอน อิอิ ฝันดี Merry Christmas นะทุกท่าน December 19 ผ่านมาแล้วผ่านไป... สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นสัปดาห์ที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย และหลายอย่างทั้งเรื่องดีและไม่ดี ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องบอกย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าอย่าไว้ใจใครนอกจากตัวของเราเอง บางครั้งการใช้คำพูดของผมเอง เพราะความเป็นคนที่ตรงไปตรงมาของตัวเองอาจจะเป็นภัยต่อไปภาคหน้า คนเราทุกคนคิดต่างกัน ไม่มีใครคิดเหมือนกันไปซะหมดหรอก อย่างน้อยเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาก็บอกถึงกลุ่มบุคคล และสังคมที่แตกต่างกันนั้นเป็นส่วนที่ทำให้ความเข้าใจในบุคคลแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วย แต่ที่รู้สึกดีมากที่สุดก็คืออย่างน้อยสิ่งที่ตัวเองทำผิด ผมสามารถที่จะยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำได้ ถูกผิดว่ากันไป ยังมีสิ่งที่ผมเข้าใจโลกเรามากขึ้นไปอีกว่าบางครั้งสิ่งที่ผมคิดอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ก็ได้ บางครั้งถ้าคุณคิดว่าตัวคุณสนิทกับเพื่อนคนนั้น แต่อาจจะไม่ใช่จากเหตุการณ์ที่ผมได้เจอมานั้น ทำให้ผมทราบอะไรอีกมากมายว่าบางครั้งเวลาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่บอกถึงความสนิทสนมก็เป็นได้ แต่ความรู้สึกต่างหากที่บอกถึงสิ่งที่เรียกว่าความสนิทสนมได้ ที่สำคัญ"อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง" อย่างน้อยเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ผมได้เรื่องดีๆ มากมาย อย่างน้อยรู้ว่า รู้ตอนนี้ดีกว่าเสียใจในวันข้างหน้า และได้ทราบว่าเพื่อนคนไหน กลุ่มไหนจริงใจบ้าง และเข้าใจว่าการเปิดใจให้กับเพื่อนคนใดคนนึงมันไม่ใช่สิ่งที่ที่เขาจะตอบสนองเรามาเท่าๆ กับเราเสมอไป บางครั้งคุณให้เขา 100 แต่อาจจะได้รับกลับมาเพียง 20 ก็เป็นได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมคงไม่ได้เล่าให้พวกคุณที่เข้ามาอ่านฟังนะครับต้องขอโทษด้วย เพราะผมคิดว่าจะจบเรื่องราวนี้ไว้เพียงเท่านี้ December 12 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา... เป็นเช้าวันนึงที่รู้สึกตัวเองก็สับสนกับชีวิตเหมือนกัน เคยคิดเหมือนกันว่าสิ่งที่ตัวเองคิด สิ่งที่ตัวเองทำ ที่ผ่านๆ มามีอะไรดีบ้าง ไม่ดีบ้าง สับสนทั้งเรื่องงาน สับสนทั้งเรื่องครอบครัว และเรื่องความรักด้วย เคยนั่งถามตัวเองเหมือนกันว่าทำไม ถึงมีปัญหาเข้ามามากมายในชีวิต ถึงแม้จะมีมากมายเหลือเกิน แต่ก็รู้สึกมีพ่อแม่เป็นกำลังใจ เพิ่งรู้ตัวว่ามีพ่อแม่นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ให้เราได้ทุกอย่างจริงๆ เช้าวันนี้เป็นวันที่สับสนมากที่สุด ก็คุยกับแม่หลายเรื่อง รู้สึกตัวอีกทีก็เข้าไปกอดแม่ไว้แล้ว รู้สึกดีนะไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อนทำไมทุกคนถึงมองข้ามความรักของพ่อแม่ไปนะ จากนั้นก็ได้คุยกันหลายต่อหลายเรื่อง และก็ได้คุยถึงเรื่องที่เย็นวันนั้น เป็นงานแต่งงานเพื่อนซึ่งขอเล่าประวัติย่อของเพื่อนผมคนนี้ให้ฟังสักนิดนึง
ประวัติโดยย่อของนายวีระกับผมสมัยมัธยม
เขาเป็นคนที่ชอบเขียนการ์ตูน วาดรูป เหมือนกับผมมาก่อน แต่ก่อนเราแข่งขันกันในด้านของฝีมือในการเขียนการ์ตูน เขียนรูป ได้แลกเปลี่ยนเทคนิคกันเต็มที่เขาเป็นมือกีต้าร์อันดับ 3 ของชั้นในตอนนั้น ส่วนผมก็แค่มือกลองตกกระป๋องคนนึง พวกเราสนุกมากในสมัยนั้น วันเวลาผ่านไปเร็วเหมือนในหนังเลยแฮะ มาเจอกันอีกที เขากลายเป็นมัณฑนากรแล้ว ส่วนคู่เจ้าสาวของเขาก็เป็นคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการตกแต่งภายในบ้าน ไม่น่าเชื่อนะ ดูอะไรก็คู่กันไปหมด ทั้งชื่อเล่นชื่อจริงเขา มันเป็นอะไรที่เข้ากันพอดี ก็ถึงว่านี่ล่ะมั้งเนื้อคู่ อ่า...ลืมบอกไปเพื่อนกับคู่เจ้าสาวเขาชื่อ เอ กับ เอ็ง ชื่อจริงก็ วีณา กับ วีระ แหมก็ขอให้มีความสุขนะ
ในงานเจอเพื่อนๆ มากมายบางคนก็มีลูกโตจนจะ 10 ขวบแล้ว โหมันแต่งตอนไหนวะเนี่ยไม่รู้เลย อ่อลืมไปว่าเป็นวันแรกที่ใส่สูทด้วยนะ โอ๊วว เสียดายไม่มีกล้องไม่งั้นจะถ่ายมาให้ดูกัน หลังจากที่มางานนี้ก็ได้ลองมองชีวิตตัวเองว่าจะทำอะไรต่อไปดี ไปในหนทางไหน แต่คำตอบก็เข้ามามากมาย ยังไงก็คงต้องทำงานสายด้านที่เราถนัดแหละ ยังไงธุรกิจเกมนี้ก็กำลังจะโตขึ้น เอาละสู้ๆ เพื่อความก้าวหน้าเคยฝันว่าจะได้เป็นเจ้าของบริษัทผลิตเกม(โครตจะฝันเลย)
หลังจากกลับจากงานก็ได้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ มากมาย เจ้าเพื่อนบ้านี่ก็ดันถามเรื่องแฟนขึ้นมาซะนี่ อืม ก็บอกไปว่าอยากบอกคนๆ นึงมากๆ เก็บมา 2 ปีแล้วล่ะ และก็บอกมันไปว่าถึงคำตอบจะเป็นแบบไหน ก็จะไม่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่กลัวมากกว่าคือกลัวเขาเปลี่ยนไปมากกว่า แต่คิดแล้วยังไงช้าเร็วก็ต้องบอก และอยากเจอหน้าเขาแล้วบอกกับเขาไปเลยว่า ผมรักเขามากแค่ไหน รักที่อะไร อยากบอกว่ารักที่เขาเป็นตัวเขา ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ภายนอก เพราะเขาเป็นคนที่หน้าตาดีมากๆ คนนึง ผมเองไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเป็นเพื่อนเขาเสียด้วยซ้ำ มันเหมือนฝันไปนะ บางครั้งยังเคยถามตัวเองเลยว่าฝันอยู่หรือเปล่า นี่คงเป็นความฝันสินะ เป็นฝันที่ผมไม่อยากตื่นเลย แต่คงเป็นไปไม่ได้สักวันผมก็ต้องเผชิญกับความจริง ผมไม่ใช่คนที่หล่อหรือดีเลิศอะไร ไม่ได้รวยล้นฟ้า เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนนึงที่พยายามทำในสิ่งดีๆ เสมอมา เมื่อมีโอกาส และรักความก้าวหน้ารักครอบครัว รักเพื่อนๆ เสมอมาแค่คนนึงเท่านั้น ดังนั้นสิ่งเดียวที่ผมจะเจอกับความจริงได้คือต้องบอกเขา ผมไม่อยากเสียใจเหมือนกับคนๆ นึงที่ไม่มีโอกาสแม้จะบอกเลยเมื่อ 5 ปีก่อน
เมื่อแยกกับเพื่อนผมที่ป้ายรถเมล์ (เป็นรถประจำตำแหน่งของผมนะเนี่ย ใช้มาหลาย 10 ปีละ) หลังจากนั้นก็กลับมาที่บ้านเป็นวันที่ผมต้องดีใจกับเรื่องงาน Future Gamer กำลังมีงานใหม่มาให้กับผมในปีหน้านี้ และที่น่าสนใจมากคือมีโอกาสได้เข้าไปที่แกรมมี่ด้วย โอ๊ววว และทางแกรมมี่บอกว่าจะผลักดันนักเขียนด้วย คือเป็นโอกาสที่ผมจะได้ก้าวหน้าในวงการนักเขียนนี้อีกด้วย เป็นเรื่องที่น่าดีใจมากเลย แต่ทำไมยังรู้สึกว่าดีใจได้ไม่เต็มที่เลย อืม...แล้วก็โดนสั่งงานต่ออีกจนได้ วันหยุดแท้ๆ แต่ก็ต้องมานั่งพิมพ์งานส่งอีกแล้ว แต่ก็ไม่เป็นไรรู้สึกมีความสุขกับการทำงานนะ จบละอีกวัน พอตื่นเช้ามาก็ไม่รู้ทำไมอยากมาอัพ Space ตัวเองซะงั้น
ปล. ถ้าเข้ามาอ่านก็อยากเจอนะขอแค่ 10 นาที ไม่อยากให้หนีหน้ากัน คุยกันดีกว่า
ปล.2 รักพ่อแม่มากขึ้นอีกเยอะเลย จะพยายามทำเพื่อเขาให้มากขึ้น สู้! สู้! สู้! ตาย!(เอามาจาก Full House)
ปล.3 วันนี้ยาวไปหน่อยนะสำหรับคนอื่นๆ ที่เข้ามาอ่านครับ December 10 เรื่องสนุกมักเกิดวันศุกร์เสมอมาอัพเดทย้อนหลังกันเล็กน้อย เมื่อวานเป็นวันที่วุ่นแต่เช้า งานที่ต้องส่ง Future Gamer ยังไม่เห็นวี่แววจะเสร็จ โอ้ยเป็นวันเปิดสยามพาราก้อนอีกด้วย ก็ปั่นงานต่อแต่เช้าจนบ่าย 3 กว่า ยังไม่เสร็จจริงๆ ด้วยแต่ทำได้เยอะละ แต่ช่วยไม่ได้แฮะ ยังไงก็ต้องไปละนัดยัยมิไว้ด้วยว่าจะไปถ่ายรูปสยามพาราก้อน และบรรยากาศวันเปิด หลังจากที่ไปถึงสยาม แต่แย่ตรงตอนเดินทางดันเจอแท็กซี่เพิ่งขับใหม่พาอ้อมตั้งหลายทาง แย่จริงๆ แต่ไม่เป็นไร เมื่อถึงสยามพาราก้อนแล้วโอ...พระเจ้าคนเป็นล้านนน เมื่อถึงก็ได้ถ่าย Clip VDO กันเล็กๆ น้อย จากนั้นก็ได้เดินดูภายในสยามพาราก้อน มันอลังการงานสร้างจริงๆ แต่เสียดายที่ร้านภายในยังเปิดไม่ครบเท่าไร แต่หลายร้านดูแล้วทำได้สวยมาก บางโซนก็สวยงามครับ ระหว่างนั้นก็ได้ถ่าย Clip VDO ไปตลอดทางด้วย แต่แล้วต้องผิดหวังที่แบตของกล้องเสื่อมซะก่อน เลยถ่ายได้ไม่เท่าไรจากนั้นก็เดินหาของกินแต่โห คนเยอะ แถมยังแพงอีกด้วย จึงตัดสินใจกินฝั่งสยามสแควส์ก็ได้ฟะ หลังจากนั้นก็ตัดสินใจตามเพื่อนไปกินเบียร์กันที่เวิลด์เทรดเป็นอีกครั้งที่ต้องบอกว่าโลกกลมหลังจากที่กร และแอน มาสมทบกับเพื่อนๆ ผมทุกคน โทนี่รุ่นน้องในกลุ่มกลับรู้จักกรแลแอนด้วย 5555 อะไรจะขนาดนั้นนะ มันเป็นเรื่องฮาที่ช่วยไม่ได้จริงๆ จากนั้นก็มีถ่ายรูปกันสนุกสนาน หลังจากนั้นเที่ยงคืนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เป็นวันที่สนุกอีกวันที่ทำให้กลุ่มเพื่อนๆ รู้จักกันมากขึ้น รู้สึกได้ปลดปล่อยอะไรหลายอย่างเหมือนกันนะ และล่าสุดได้ข่าวว่าไอ้เพื่อนรักกลับมาจากอเมริกาแล้ว รู้สึกดีมากๆ วันนี้จะได้เจอมันแล้ว
ปล. ชีวิตเป็นของเราอย่าปิดกั้นตัวเองเลย ปลดปล่อยให้สุดๆ ไปเลย December 04 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมายภายในวันเดียว สวัสดีจ้า block วันนี้จะหนักไปทางเรื่องเล่าเหตุการณ์ต่างๆ มากกว่า ก็เป็นเรื่องเล่าของเมื่อวานตั้งแต่เข้าตื่นมาวันนี้เป็นวันที่เบลไปประกวด Model อะไรสักอย่างเป็นงานที่เรียกได้ว่าเพื่อคัดตัวเด็กรุ่นใหม่ๆ เข้าวงการแฟชั่น ก็คิดในใจตอนตื่นมา โอ้ยยย สายแล้วนี่หว่าจะมีใครไปงานบ้างนะ ก็มองดูนาฬิกา ช่วงนั้นไม่ได้ติดใจอะไร รู้สึกเฉยๆ มาก เดินมานั่งเล่นลินเนจ 2 นิดหน่อย คิดว่าปั้มเลเวลเพื่องาน ก็ระหว่างที่เล่นไปได้สักพักก็มีโทรศัพท์มา อ้าวยัยมิ ชะนีสั่นไหว(เริ่มติดใจคำนี้แฮะ)นี่เอง โทรมาบอกไปเชียร์เบลกันดีไหม ตกลงว่าไปก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปรับแล้วไปที่ประตูน้ำ ระหว่างทางก็ได้คุยกับยัยมิเรื่องที่ไม่คิดว่าทำไมคนที่ย้ายมาแถวปิ่นเกล้าใหม่ๆ นี่ต้องเจอแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ หึหึหึ มีคนโดนสิ่งที่เราหลายคนอาจจะเรียกว่าวิญญาณ ผี หรืออะไรก็ตามมาสื่อสารกับเราซะแล้ว ดูท่าทางก็เครียดๆ เรื่องนี้กันจัง(ตอนที่ผมเจอแรกๆ ก็เครียดครับ) จากนั้น เมื่อมาถึงประตูน้ำ โอ๊ววว มาย ก๊อด ไหนอะงาน ไหนอะคนเดินแบบสุดท้ายเลื่อนมาเป็นเวลาบ่าย 2 โอ๊ววววว ทำไมมันเลทมขนาดนี้สรุปสุดท้ายมันเลื่อนใช่มะเนี่ย พูดกันตรงๆ เป็นงานที่จัดได้เข้าขั้นแย่จริงๆ ช่วยไม่ได้นะมีทุกเดือน หน้าตาคนเข้าประกวด ก็นะ หึหึหึ ไม่อยากพูดเลย ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว กว่าจะเสร็จก็ล่อไป 5 โมงเย็นกว่าๆ แถมต้องเดินมาราธอนในประตูน้ำเพื่อไปหาที่กินอีก บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นทุกคนดูหงุดหงิดนะ ทั้งผม เบล และมิ อยู่ในอาการหิว เครียด ร้อน เลยพยายามรีบเดิน สุดท้ายดันต้องไปกินสยามซะงั้นอะ แต่ช่วงที่มาสยามก็ รู้สึกดีขึ้น อารมณ์ของแต่ละคนก็ดูมีชีวิตชีวาเหมือนได้เติมน้ำแห่งชีวิตหลังจากได้กินข้าวกัน จากนั้นก็เดินเล่นกันที่สยามสักพักก็ได้แยกย้ายกันไป ตัวผมไปส่งน้องเบลแล้วจากนั้นก็ไปหาเพื่อนประชุมกันเรื่องของขวัญในงานปีใหม่ ระหว่างนั้นมิก็โทรมาชวนไปหมูกระทะกันไหม แต่บอกปฏิเสธไป ใจจริงอยากไปนะ แต่โอ้ยยยทำไมช่วงนี้เงินช๊อตจริงๆ ทำไมเงินไม่ออกวันที่ 30 นะดันไปออกวันที่ 7 ธันวาโอ๊ววว มันลำบากแบบนี้เองตอนไม่มีเงิน หุหุหุ
หลังจากที่แยกมาแล้วก็รอเพื่อนๆ มารวมกันที่บ้านเพื่อนผมอีกคนนึงที่เราจะไปกันประจำอยู่แล้ว วันนี้ถือเป็นวันที่อยู่รวมกันเยอะพอสมควร ถึงจะไม่ครบขาดไอ้ปอ ที่ดันหนีไประยำเฮ๊ยยยระยอง และพี่แว๊ดที่กำลังจะกลับมาเมืองไทยแล้ว 4 ขุนพลแห่งคริสเตียนกำลังจะกลับมาพบกันครบทีมอีกครั้ง วันนี้ทำไมเพื่อนๆ มันคิดอะไรแปลกๆ หวนคืนแต่ก่อนที่ตอนเด็กๆ เล่นกันนะ อยู่ๆ เพื่อนซี้บึกสุดที่คบกันมา 20 ปี เป็นอย่างต่ำ ก็พูดขึ้นว่า "เฮ้ย มาพากษ์การ์ตูนกันไหมแบบที่แต่ก่อนเราทำกัน" เป็นความคิดที่เจ๋งแต่เราจะภาคอะไรกันล่ะ ก็ว่าวันเสาร์หน้าที่รวมตัวกันก็จะเอาการ์ตูนที่คิดว่าน่าจะภาคได้ดีที่สุดแต่ก่อนมาลองกันอีกที ความเดิมแต่ก่อนเคยพากษ์การ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่ามาก่อนกับเพื่อนกลุ่มนี้แหละ สนุกดี พากษ์เองอัดมาดูกันเอง ถึงจะไม่ยาว แต่ได้ฟังเสียงตัวเองแล้วตลกดีแฮะ แต่ก็นะเหมือนวัยของพวกเราที่กำลังจะผ่านไปอย่างถาวรไม่มีวันหวนกลับมาอีกจะใกล้หมดไปแล้ว แต่ก็ยังอย่างลำลึกถึงอดีตที่สนุกสนานกัน คืนนั้นก็สนุกสนานเฮฮากันแบบสุดๆ ก็เล่นเกมกันคุยกัน บางคนก็มาขอ MV เพลงญี่ปุ่นแลกเปลี่ยนกันปกติ ที่เป็นกิจกรรมบนบ้านหลังนี้ พวกเราอยู่กันจนตี 4 จึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนกลับนั้น มีน้องในกลุ่มในดีมาส่งแต่เขาขอค่าน้ำมันซะหน่อย แต่ดีจังมาส่ง ระหว่างคุยกันหลายเรื่อง และก็เกิดเหตุการณ์ที่คิดว่าสงสัยท่าทางต้องไปทำบุญซะแล้ว ขณะที่รถวิ่งมาเกือบจะถึงบ้านแล้ว เจอศพหมากลางทางแต่ตอนนั้นรถวิ่งมาด้วยความเร็วพอควร ผลัก!!!!! (คิดภาพต่อเอาเองว่าเกิดอะไรขึ้น) ผมกับน้องคนนั้นต้องพูดขึ้นว่า "พวกเราต้องไปทำบุญกันบ้างแล้วล่ะ" เป็นเหตุการณ์นึงที่ตกใจนะ เหมือนมีลางบอกเหตุบางอย่าง ช่วงนี้คงทำอะไร ก็คงต้องระมัดระวังมากขึ้นละ ก็จบเหตุการณ์ไปอีกวัน ตอนเที่ยงๆ ของวันนี้ก็มานั่งพิมพ์ blog นี้อยู่แหละ อิอิ
ปล. หลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอะไรที่มาหลายอารมณืในวันเดียวดี และรู้ละว่าผู้หญิงเวลาหงุดหงิดนี่น่ากลัวที่สุดเลย ^^''
ปล.2 ภาพควันหลงจากวันศุกร์เอามาอัพกันให้ดูของ 2 สาว มิ กิฟท์
November 29 จะสิ้นปีอีกแล้วเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ มีเรื่องผ่านเข้ามามากมายจนเรียกว่ารับไม่ทันเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่การแข่ง RTC 2005 ที่แชมป์และรองแชมป์เรียกได้ว่าตกรอบไปหมด โอกาสหน้ามีใหม่ก็สู้กันต่อไปละกัน ส่วนตัวผมกับ RO คงนานๆ เข้าไปทีนึงละกัน เพราะส่วนตัวก็เบื่อๆ มานานแล้ว อาจจะมีเข้าไปเดินเล่นบ้างบางที มาถึงเรื่องงานกันบ้างช่วงนี้งานก็เยอะไปหมด แถมได้งานด่วนมาสัมภาษณ์ทีมชนะของลินเนจ 2 ที่ได้ไปเที่ยวงาน G Star ที่ประเทศเกาหลี แต่ก็ต้องพบกับข่าวร้ายที่หนังสือ OL2 จะมีอีกเพียง 12 เล่มเท่านั้น สถานการณ์ของเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Lineage ][ เองก็ไม่สู้ดีซะแล้วครับตอนนี้ ก็ต้องรอเท่านั้นว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร
มีข่าวมาให้อ่านกันของเกมปังย่า
November 22 ต้องบอกว่าช่วงนี้เรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเกินบรรยาย ดีจ้าทุกๆ คน ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องอะไรๆ มากมายที่ผ่านมาอย่างรวดเร็วมากมาย
วันศุกร์
ได้ไปดู Harry Potter and the Gablet of Fire มาจากที่ดูแล้วถือว่าตัดจากนิยายไปยอะพาสมควรแต่ยังคงเก็บส่วนของเนื้อเรื่องสำคัญเอาไว้ ถือว่าดีพอสมควร สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู ผมในฐานะคนที่อ่านนิยายมาด้วย ก็ให้ภาคนี้ดีที่สุดเท่าที่สร้างมาครับ
วันเสาร์
ออกแต่เช้าพาใครก็ไม่รู้ไปประชุม ROLC แล้วก็เหมือนวิ่งไปนูนทีนี่ทีรอบ กทม. เลย ปวดหัวดีแฮะ
วันอาทิตย์
มีงานที่ MBK เกี่ยวกับพวกประกวดคอสเพลย์(อีกแล้ว) งานนี้ AS เป็นสปอนเซอร์ใหญ่กับ MBK ด้วยนะ
เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการเขียนงานปังย่าส่งเลยแฮะวันนี้ แถมเริ่มตันแล้วคิดไม่ออก งานลินเนจ 2 ก็ต้องเตรียมกันอีก และยังอีกทั้งเรื่องเรียนโปรเจ็คสุดท้ายที่ค้างคาอยู่นานแล้ว แต่หลายอย่างก็เริ่มลงตัว ถือว่าชีวิตอยู่ในเกณฑ์ดีถึงจะไม่ดีมากก็ตามครับ
ปล. ว่างๆ จะมาอัพรูปงานที่ MBK มาให้ดูกันนะ ยังไม่ได้ย่อรูปเลย ตอนนี้ง่วงมากเลย นอนก่อนนะเพื่อนๆ ราตรีสวัสดิ์จ้า ^^ November 16 วันเพ็ญเดือน 12 น้ำนองเต็มตลิ่ง "วันลอยกระทง"สำหรับวันนี้ก็เป็นอีกวันที่รู้สึกเหงาๆ นิดหน่อย ไม่ได้ไปลอยกระทงตามความคาดหวังไว้ แต่ก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องปกติที่เกิดมาหลาย 10 ปีแล้ว แต่กลับแปลกใจที่ว่ากำลังจะมีงานเข้ามาหามากมาย สงสัยท่าทางเรื่องงานจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับตัวผมเองมากกว่าอย่างอื่นแฮะ แต่อย่างไรก็ตามตัวผมเองก็เคยคิดเหมือนกันว่า ทำไมเพื่อนถึงประสบความสำเร็จทั้งด้านการงาน ชีวิตครอบครัว เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้ไปงานแต่งงานของเพื่อนที่กรุงเทพคริสเตียนคนนึง ที่เข้าจัดขึ้นที่หรูหรามากในงานเจอเพื่อนๆ มากมาย คิดถึงเวลาเก่าๆ แต่ตอนนี้เหมือนกับเพื่อนๆ หลายคนกลับรู้สึกไปไกลกว่าผมมากแล้ว ทำไมนะ ผมสับสนอะไรในชีวิตอยู่ ทำไมบางครั้งรู้สึกหนักอึ้งกับชีวิตของตนเอง รู้สึกปัญหาหลายๆ เรื่องเข้ามารุมล้อม บ้างทีก็คิดนะว่าทำไมเหมือนชีวิตตัวเองต้องตามที่พ่อแม่ต้องทำให้เราเป็น ต้องตามแบบคนอื่นๆ ต้องตามค่านิยม เพราะอะไรนะ แต่ยังไงก็รู้สึกว่าอย่างน้อยวันนี้ก็ลอยกระทงใน Blog ของตัวเอง ขอให้ความหม่นหมองค้องใจต่างๆ ออกไปซะทีเถอะ ให้มันลอยตามสายน้ำไปไม่ไหลย้อนกลับมา พรุ่งนี้ตื่นมาเช้าของวันใหม่ให้เจอเรื่องดีๆ ที่มากกว่าวันนี้เท่านั้น ขอให้การมีชีวิตของผมมีความสุขมากขึ้น และต้องรู้สึกว่าต้องพยายามมากขึ้น ทำให้มากขึ้น เพื่อที่จะเป็นอย่างเพื่อนๆ บ้าง อืมมม รู้สึกสบายใจขึ้นมาละ เหมือนการลอยสิ่งไม่ดีออกไปจริงๆ สำหรับวันนี้คงแค่นี้ก่อนนะ ไปละครับ แล้วเจอกันใน blog อีกโอกาสหน้า
ปล. ใครเข้ามาอ่านก็ทนบ่นนิดหน่อยนะ รู้สึกไม่ดีนิดหน่อยกับวันนี้ โอ้ยอยากไปงานจุฬา แต่อดไปซะละ T_T |
|
|